วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

AOTนำ6สนามบินรับตรุษจีนไทย-ต่างชาติ 4.11 ล้านคน คาดจีนใกล้7แสนคน

AOTนำ6สนามบินรับตรุษจีนไทย-ต่างชาติ 4.11 ล้านคน

คาดจีนเฉียด7แสนคน-เตรียมบริการทุกมิติสร้างเชื่อมั่น

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ตรุษจีน #6สนามบิน

AOT คาด “ตรุษจีน” 13-22 ก.พ.นี้ ผู้โดยสารไทย-ต่างชาติ 6 สนามบินคึกคัก กว่า 4.11 ล้านคน คาด “จีน” แห่มาไทย 6.79 แสนคน เพิ่ม8.1 % พร้อมเที่ยวบิน 4,447 เที่ยว โต 3.4 %  เร่งเตรียมพร้อมรอบด้านสร้างเชื่อมั่น เน้นสะดวก ปลอดภัย จัดเต็มกิจกรรมความสุข และเข้มป้องกันไวรัสนิปาห์ มาตรการ


นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “AOTคาดการณ์ช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” ระหว่าง 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 แนวโน้มจะมีปริมาณการจราจรทางอากาศเส้นทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มีจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและท่องเที่ยว จึงเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวก เน้นย้ำความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นผู้โดยสาร

AOT ประเมินจะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ (ทสภ.) ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ตามการประเมินล่วงหน้าไว้ดังนี้

“ผู้โดยสารรวม” จำนวนกว่า 4.11 ล้านคน แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 2.6 ล้านคน และภายในประเทศประมาณ 1.51 ล้าน

“เที่ยวบินรวม” จำนวนกว่า 24,847 เที่ยว แบ่งเป็น ระหว่างประเทศประมาณ 14,295 เที่ยว และภายในประเทศประมาณ 10,552 เที่ยว

เฉพาะ “เส้นทางบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน” AOT ประเมินเส้นทางเดียวพบว่ามีแนวโน้มในภาพรวมจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามคาดการณ์ “จำนวนผู้โดยสาร” ประมาณ 679,259 คน เพิ่มขึ้น 8.1 % เทียบกับช่วงตรุษจีนปีที่ผ่านมา “มีเที่ยวบิน” ประมาณ 4,447 เที่ยว เพิ่มขึ้น 3.4 %


ท่าอากาศยาน“สุวรรณภูมิ” จะมีเที่ยวบิน “ระหว่างประเทศ” มากที่สุด มีผู้โดยสารในเส้นทางจีนมากถึง 444,255 คน เพิ่มขึ้น 24.2 % มีเที่ยวบินประมาณ 2,889 เที่ยว เพิ่มขึ้น 20.5 % อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT ได้เตรียมความพร้อมท่าอากาศยานทุกมิติ รองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยให้ความสำคัญเรื่องการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย การสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสารแบบ “World Class Hospitality” เน้นให้บริการอย่างอบอุ่น ใส่ใจ เป็นมิตร สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการบริการที่สุภาพ อ่อนน้อม และพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน

รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ “ล่ามแปลภาษา” ให้บริการผู้โดยสารต่างชาติ อย่างกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน รวมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัว ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และบริหารจัดการการจราจรในการเข้า-ออกท่าอากาศยานไม่ให้ติดขัดด้วย


ทั้ง 6 ท่าอากาศ AOT มีมาตรการป้องกันไวรัสนิปาห์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร โดยวางแผนทำ 4 เรื่อง

เพิ่มความเข้มงวด “มาตรการคัดกรองและเฝ้าระวัง” ไวรัสนิปาห์ โดยประสานการทำงานร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด

มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง เน้นสังเกตอาการเจ็บป่วย ระบบคัดกรองสุขภาพ การให้ข้อมูลคำแนะนำด้านสุขอนามัยแก่ผู้เดินทาง

เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม

เตรียมความพร้อมของบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT ทุกท่าอากาศยานร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนโดย “จัดกิจกรรมสร้างความสุข” ได้แก่ การแสดงระบำดอกโบตั๋น การเชิดสิงโต สาธิตวัฒนธรรมจีน เช่น การเขียนพู่กันจีน เและประดับตกแต่งภายในอาคารผู้โดยสารให้มีบรรยากาศตรุษจีน

ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือจากนักเดินทาง ตลอดเทศกาลตรุษจีนอาจมีผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยาน AOT จำนวนมาก จึงขอให้เผื่อเวลาเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้าก่อนเครื่องออก 2 – 3 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน

AOT เปิดให้ผู้โดยสารสอบถามบริการตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ Contact Center โทร. 1722

 


แอร์บัส MOU ม.เกษตร-สจล.เปิด2หลักสูตร ผลิตเด็กไทยเรียนรู้สู่อาชีพการบินระดับโลก

แอร์บัส MOU ม.เกษตร-สจล.เปิด2หลักสูตร

ผลิตเด็กไทยเรียนรู้สู่อาชีพการบินระดับโลก

 


แอร์บัส MOU มหาวิทลัยเกษตรศาสตร์ สนับสนุน 3 ปีเปิดหลักสูตรผลิตเด็กสู่อาชีพการบิน 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #ปั้นเด็กไทยสู่อาชีพการบินโลก

 “แอร์บัส”รุก MOU 2 มหาลัย “เกษตรศาสตร์-สจล.” เทรนนักศึกษาสู่อาชีพการบิน 2 หลักสูตร หนุนปฏิบัติการบิน เรียนรู้ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ ดูงานในแหล่งผลิตจริง

แอร์บัส” เดินหน้าลงนามข้อตกลงความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ในงาน “สิงคโปร์ แอร์โชว์” กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย แห่ง ระยะเวลา 3 ปี โดยมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เข้าพบผู้แทนของแอร์บัส เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยกระดับการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการบิน

            ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยกับแอร์บัสจะร่วมกันพัฒนา หลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และสนับสนุนปฏิบัติการบิน (Flight Operations Support) จากมุมมองเฉพาะของผู้ผลิตอากาศยาน

“ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า “ความร่วมมือนี้จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม เรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และพัฒนาทักษะรวมถึงมุมมองระดับสากลที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างโอกาสที่มีค่าให้นักศึกษา และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาภาควิศวกรรมและอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว


แอร์บัส MOU กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังทำหลักสูตรผลิตอาชีพการบิน


“รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับแอร์บัสครั้งนี้จะช่วยเสริมความมุ่งมั่นของสถาบันเชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่นักนวัตกรรมรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก

Paul Coignec หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของแอร์บัส กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งเข้าเป็นเครือข่ายพันธมิตรด้านวิชาการของแอร์บัส เสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติให้นักศึกษาที่มุ่งสู่อาชีพในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก และหวังจะได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดความร่วมมือครั้งนี้

ความร่วมมือดังกล่าวยังขยายสู่การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงปฏิบัติ เช่นจัดเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานของแอร์บัสเป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นการดำเนินงานด้านการบินในสถานการณ์จริง การจัดสรรตำแหน่งฝึกงาน เพื่อมอบประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่มีคุณค่าแก่นักศึกษาไทย

 

แอร์บัส-การบินไทยปัดฝุ่นข้อตกลงซ่อมบำรุงฝูงบิน คิดบริการรายชั่วโมงFHS-ขานรับฝูงบินใหม่A321neo

แอร์บัส-การบินไทยปัดฝุ่นข้อตกลงซ่อมบำรุงฝูงบิน

คิดบริการรายชั่วโมงFHS-ขานรับฝูงบินใหม่A321neo

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #ThaiAirways #FHS

 แอร์บัส MOU การบินไทย ขยายความร่วมมือซ่อมบำรุงฝูงบินแบบครบวงจร คิดค่าใช้จ่ายรายชั่วโมง FHS ขานรับเครื่องรุ่นใหม่ A321neo ยันพร้อมใช้โซลูชั่นใหม่หนุนสร้างความมั่นใจเต็มที่

“แอร์บัส” ประกาศจับมือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามข้อตกลงขยายการสนับสนุนชิ้นส่วนภายใต้โครงการ การบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยานแบบครบวงจรของแอร์บัส โดยคิดค่าใช้จ่ายตามชั่วโมงการบิน (Flight Hour Services: FHS) ครอบคลุมฝูงบินรุ่นใหม่ A321neo เริ่มทยอยเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2568 

“ข้อตกลงระยะยาวฉบับนี้” ครอบคลุมบริการด้านชิ้นส่วนที่หลากหลาย เช่น การจัดเก็บชิ้นส่วนประจำ ในสถานที่ปฏิบัติงาน การเข้าถึงคลังชิ้นส่วนกลาง บริการซ่อมแซมชิ้นส่วนที่ฐานปฏิบัติการหลักของการบินไทยในกรุงเทพฯ  โดยการบินไทยยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแอร์บัส และทีมผู้แทนบริการ FHS ประจำภูมิภาค จะให้การสนับสนุนด้านปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดด้านงานบำรุงรักษาประจำวัน และช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของฝูงบินและความสามารถคาดการณ์ต้นทุนด้วย

 

“ข้อตกลง FHS ฉบับแรกของการบินไทยเริ่มขึ้นในปี  2555 โดยได้ลงนามเพื่อรับการสนับสนุนชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบิน A320ceo  20 ลำ ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ตกลงขยายขอบเขตของข้อตกลงให้ครอบคลุมเครื่องบิน A321neo 32 ลำ สะท้อนถึงการบินไทยมีความเชื่อมั่นแอร์บัสต่อโซลูชันสนับสนุนงานบำรุงรักษาครบวงจรและเชื่อถือได้

 

“นายอานันท์ สแตนลีย์” ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การขยายข้อตกลง FHS กับการบินไทยเพื่อสนับสนุนฝูงบิน A321neo ตอกย้ำความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่มีมายาวนาน ที่แอร์บัสมุ่งมั่นสนับสนุนกลยุทธ์ปรับปรุงฝูงบินของสายการบินให้ทันสมัย ผ่านการสนับสนุนชิ้นส่วนครบวงจรควบคู่กับมีทีมวิศวกรรมในพื้นที่ แอร์บัสมีส่วนช่วยให้การบินไทยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานนำอากาศยานทางเดินเดียวเจเนอเรชันใหม่เข้าประจำการ

 

Airbus FHS ได้นำเสนอโซลูชันด้านการบำรุงรักษาที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สายการบินเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานฝูงบินสูงสุด ควบคู่ลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของแอร์บัส ขีดความสามารถด้านดิจิทัลขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล FHS ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ในการปฏิบัติการ

 

Airbus FHS เป็นผู้นำระดับโลกด้านการสนับสนุนชิ้นส่วนในรูปแบบการสนับสนุนชิ้นส่วนตามชั่วโมงการใช้งาน(Power-by-the-Hour) มอบโซลูชันการบำรุงรักษาระยะยาวที่แน่นอนและคาดการณ์ต้นทุนให้สายการบินทั่วโลกได้

 

ททท.ร่วมบิ๊กอีเวนต์TGTFที่มุมไบ ปลุกคนรุ่นใหม่-ครอบครัวอินเดียแห่เที่ยวสงกรานต์เม.ย.69

ททท.-กงศุล-ทีมไทยแลนด์ร่วมบิ๊กอีเวนต์TGTF นครมุมไบ

ปลุกคนรุ่นใหม่-ครอบครัวอินเดียแห่เที่ยวสงกรานต์เม.ย.69

ททท.สถานกงศุล ทีมไทยแลนด์ ผนึกร่วม The Gypsy Travel Festival 2026 :TGTF” ที่มุมไบ เจาะอินเดีย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TGTF #นักท่องเที่ยวอินเดีย

ททท.ผนึกกงศุล และทีมประเทศไทย ร่วมอีเวนต์ใหญ่ “The Gypsy Travel Festival 2026 :TGTF” นครมุมไบ ปลุกเศรษฐีอินเดีย 2 ตลาด “มิลเลเนียล-ครอบครัว” วัย 25-45 ปี ดึงมาเที่ยว “สงกรานต์ไทย” เม.ย.69 ตลอดงานโหมพีอาร์แบรนด์ประเทศไทย วัฒนธรรม อาหาร พร้อมทำเซอร์เวย์ 5 เรื่อง

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานมุมไบ พร้อมด้วยกองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ เข้าร่วมงาน The Gypsy Travel Festival 2026 (TGTF) เมื่อ 7-8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ Jio World Drive เมืองมุมไบ อินเดีย เป็นงานตลาดท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์รายการใหญ่ที่สุด ประกอบด้วย 1.ออกบูทนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยว 2.จัดเสวนาและเวิร์คช้อป 3.ออกร้านอาหารและเครื่องดื่ม

การเข้าร่วมงานนี้ ททท.มุ่งหวังเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมครองใจตลาดอินเดีย ตลอดงานผู้เข้าร่วมกว่า 5,500 คน มียอดการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และสื่อออฟไลน์ บิลบอร์ด และบัสแรป ประชาสัมพันธ์เมืองไทยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการจัดงาน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่าได้กว่า 4 ล้าน Impressions

งานผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.คนรุ่นใหม่/Millennials 2.กลุ่มครอบครัว วัย 25-45 ปี จึงเป็นตลาดพรีเมี่ยมที่มีกำลังซื้อสูง พฤติกรรมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ชื่นชอบแบรนด์ลักชัวรี่ และมองหากิจกรรมประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย (Unforgettable Experience)

ปี 2569 มีบริษัทนำเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยวร่วมเปิดบูธกว่า 45 ราย โดย ททท. เป็น 1 ใน 3 ของพันธมิตรจุดหมายปลายทางหลัก ร่วมกับเมืองซัปโปโร กับสายการบินเอเอ็นเอ ญี่ปุ่น และประเทศเคนย่า

ททท.ได้ออกแบบภายในคูหาโดยได้นำเสนอจุดขายการท่องเที่ยวเมืองไทยให้ตลาดอินเดียได้เข้าถึงอย่างเต็มที่ด้วย 3 ไฮไลต์


ไฮไลต์ที่ 1 ชูภาพลักษณ์ประเทศไทยภายใต้แนวคิดงานประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย เน้นความรื่นเริง สนุกสนาน มีสีสัน ตรงใจนักท่องเที่ยวอินเดีย หวังกระตุ้นอินเดียมาเที่ยวสงกรานต์ในไทยเดือนเมษายน 2569 หลังเห็นความสำเร็จปี 2568 นักท่องเที่ยวอินเดียทำสถิติสูงสุดช่วงดังกล่าวมากถึง 9,000 คน/วัน

ไฮไลต์ที่ 2 นำเสนอความเป็นไทยผ่านกิจกรรมสาธิตและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ได้แก่ ทำยาดมสมุนไพรหอม พวงกุญแจปลาตะเพียน พวงมาลัยทิชชู่ พวงมโหตร การแสดงโขน รำกลองยาว ระบำสงกรานต์ ถ่ายรูปในซุ้มร่มบ่อสร้าง การเล่นเกมส์ลุ้นรับของที่ระลึก ช่วยสร้างประสบการณ์ตรง (On-ground Experience) ให้ผู้เข้าร่วมงาน อันจะนำไปสู่การรับรู้เชิงอารมณ์ ความประทับใจ การจดจำเมืองไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่น

ไฮไลต์ที่ 3 เชิญบริษัท Forvol Travel (Luxury / wellness Travel Agent) เสนอขายแพคเกจพิเศษ Wellness Holidays in Thailand  ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานเกิดความต้องการเดินทางท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มมากขึ้น


นายดนย์วิศว์ พูลสวัสดิ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ  ผู้บริหาร ททท. ทีมประเทศไทย เข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในงานดังกล่าว โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ สนับสุนจัดกิจกรรมสาธิตการทำอาหารไทยเมนูผัดไทยและต้มข่าไก่และ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าไทยประกอบการปรุงอาหาร เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นที่รับรู้ในกลุ่มคนอินเดีย อันจะนำมาซึ่งชื่นชอบบริโภคผลิตภัณฑ์และสินค้าอาหารไทย



ช่วงการจัดงาน ททท. ได้ทำสำรวจความคิดเห็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในบูธ Amazing Thailand สรุปข้อมูล 5 เรื่อง ดังนี้

-ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงประมาณ 60 % เพศชายร้อยละ 40 % แบ่งตาม “กลุ่มอายุหลัก” วัย 25-48 ปี เป็นกลุ่มมิลเลนเนียลสะท้อนถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อและมีแนวโน้มเดินทางต่างประเทศ

- กิจกรรมของไทยในงานสร้างความประทับใจสูงสุดตามเปอร์เซ็นต์ดังนี้ กิจกรรมสาธิต 47.36% การแสดง 31.58% การสาธิตทำอาหารไทย 10.53% ร่วมเล่นเกมชิงของที่ระลึก 10.53%

- จังหวัดที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ สมุย สะท้อนถึงการรับรู้ “เส้นทางใหม่” ของไทยเพิ่มมากขึ้น

- ผู้เข้าร่วมงานรับรู้ภาพลักษณ์ไทยโดดเด่นด้าน หาดทรายชายทะเล อาหารไทย งานเทศกาล/วัฒนธรรม

- ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยภายในปี 2569 สนใจแหล่งท่องเที่ยวประเภท ชายหาดและเกาะ ทริปเทศกาล การเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นค้นหา สัมผัส ลิ้มลองรสชาติอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น (Culinary Tourism)

  



วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.สมุทรสงครามปี69ดึงคนเที่ยว2ล้านคนดันรายได้โต 3% ปั้นเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโกปี’70

 


ชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม

ททท.สมุทรสงครามปี69ดึงคนเที่ยว2ล้านคนดันรายได้โต 3%

ลุยขึ้นทะเบียนเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโกภายในปี’70

บูมสุขทันทีวิถีถิ่นเช็คอิน2สมุทร-เที่ยวสไตล์SCGชุมชนยั่งยืน

ก.พปลุกเที่ยว2งาน“เทศกาลส้มโอดี-งานเฉลิมพระเกียรติร.2

POWER PASS เปิดแลกกะรัตเป็นไมล์การบินไทยง่าย3ขั้นตอน

คิงเพาเวอร์เปิดตรุษจีนวันแรก12ก.พ.ล็อกคิวมาเจอศิลปินดัง

ททท.“Happiness–เที่ยวภาคกลางบทใหม่ปั๊มตลาดทัวร์วัยเก๋า

บิ๊กบางจากถอดรหัสลับFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน

สุขทันทีที่เที่ยว“ระยองเทรนด์ใหม่”สายสุขภาพฟินสุดๆ6 พิกัด

5อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคมกับคนรอบข้างช่วยทำให้อายุยืน

ททท.นำเอกชนร่วมขายOTMปี69โกยรายได้อินเดีย9.3หมื่นล้าน

แอร์บัส-การบินไทยขยายข้อตกลงFHSรับฝูงบินใหม่ A321neo 

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #สุขทันทีเที่ยวระยองมุมใหม่

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/188F1KQx1j/

ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม ปี’69 เร่งกระตุ้นท่องเที่ยว 2 ล้านคน-ครั้ง ดันรายได้โต 3% ปูพรมขึ้นทะเบียน “เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโก”ภายในปี’70 ตอนนี้ลุยจับมือชุมชน จังหวัด คัดสินค้าพรีเมี่ยม หันเจาะตลาด “เที่ยวหรูหรา” 2 แพกเกจ “ชมโขนดินเนอร์อาหารชาววังที่อุทยาน ร.2-นวดหัตถาธาราล่องแม่น้ำแม่กลอง” ควบแผนหลัก 2 กิจกรรม “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร-เที่ยว SCGอย่างยั่งยืน” เฉพาะ ก.พ.69 ปลุกเที่ยว 2 งานใหญ่ “งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย” 7-8 ก.พ.และ “เทศกาลส้มโอดี” 10-14 ก.พ.และนั่งรถไฟเที่ยวด้วยตนเองแบบฟิน ๆ 2 วัน 1 คืน หรือสโลว์ไลฟ์ 3 วัน 2 คืน ใน อำเภอเมือง-อัมพวา-บางคนที 7 เส้นทาง

สัมภาษณ์ นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวปี 2569 จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนพื้นที่รับผิดชอบให้ได้ 2 ล้านคน-ครั้ง “สร้างรายได้” เติบโตจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3 % ตั้งเป้ายกระดับจุดขายเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโก” เริ่มปี 2569 และประกาศในปี 2570 ให้เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) พิจารณาสมุทรสงครามซึ่งมีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารและการใช้อาหารขับเคลื่อนทั้ง แหล่งผลิตวัตถุดิบ GI (Geographical Indication) ในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าชุมชนที่เฉพาะเจาะจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียนให้เป็นวัตถุดิบคุณภาพ มีเอกลักษณ์ รสชาติ หรือชื่อเสียงเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอาหารอย่าง กะปิ เกลือก น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว สวนผลไม้

แต่ปัจจุบันการคมนาคมในเส้นทางถนนพระราม 2 ไม่ค่อยสะดวกจึงปรับกลยุทธ์ต้องเพิ่มจุดขายการท่องเที่ยวให้คนในประเทศมีทางเลือกด้วยวิธีรุกเจาะ “ตลาดหรูหรา” (luxury) เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป  ผนวกการ “เพิ่มวันพักค้างคืน” เข้าพื้นที่มากขึ้น จับมือกับสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชนต่าง ๆ คัดเลือก “สินค้าพรีเมี่ยม” จัดทำเป็นไฮไลต์บริการนักท่องเที่ยว เตรียมทำ 2 แพกเกจ

แพกเกจแรก “อาหารชาววัง” พร้อมบริการเสิร์ฟในแหล่งท่องเที่ยวอุทยาน ร.2 จัดทำเป็นแพจเกจ “ดินเนอร์” ชมโขนชิมอาหารชาววังทั้งคาว-หวาน ย้อนบรรยากาศสมัยรัชกาลที่ 2

แพกเกจที่สอง “นวดหัตถาธารา” ล่องเรือไปตามแม่น้ำแม่กลอง แทนการนวดในห้องปกติธรรมดา ขณะนี้กำลังหารือกับทางผู้ประกอบการ และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวเพื่อเสนอขาย โดยจะเปิดตัวช่วงมีนาคมหรือเมษายน 2569 เพื่อให้ทันก่อนฤดูฝน

ในแผนหลัก ททท.สมุทรสงครามยังมีการสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว ที่สามารถกระตุ้นการเดินทางต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี พร้อมกับกระจายรายได้เข้าถึงชุมชนโดยตรง สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเข้มแข็งอีก 2 กิจกรรม คือ

 


กิจกรรมที่ 1 “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร” ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งใน 2 จังหวัด สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จากสถานการณ์การเดินทางไม่สะดวกทางถนนพระราม 2 ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่น จึงได้นำเสนอเปิดจุดขายใหม่ “เที่ยวทางรถไฟ” สามารถขึ้นตรงสถานีวงเวียนใหญ่ โดยเชิญชวนเดินทางเที่ยวด้วยตนเองมาทำกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย เช่น ผลไม้กลับชาติ DIYตามชุมชน สัมผัสวิถีชีวิต และบริบทของชาวสมุทรสงครามแบบเรียบง่ายริมแม่น้ำลำคลอง

กิจกรรมที่ 2 ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชนยั่งยืน SCG :Sustainable Tourism Goals สร้างรายได้ให้ชุมชน มีกิจกรรมเรื่องการทำซีเอสอาร์ จัดการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า และอื่น 

“เดือนกุมภาพันธ์ 2569มีไฮไลต์เน้นจัดอีเวนต์การท่องเที่ยวรายการใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม 2 งาน ได้แก่

 


งานแรก งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย 7-8 มภาพันธ์ 2569 ที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืออุทยาน ร.2 อำเภออัมพวา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงเสด็จชมโขน 



งานที่ 2 เทศกาล “กินส้มโอดี มีเฮง มหามงคล ปีม้าทอง” วันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวัน 10.00-20.00 น.บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นงานประจำ กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน คนนิยมมาซื้อส้มโอไปไหว้เจ้า เพราะเป็นจังหวัดที่โดดเด่นเรื่องน้ำเค็ม (ชายฝั่ง) น้ำกร่อย (ปากแม่น้ำ) และน้ำจืด (ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง) จึงเป็นแหล่งอาหารการกินหลากหลายอุดมสมบูรณ์ ทั้งของสดจากทะเล สวนผลไม้


ผอ.ชัยวิทย์ กล่าวว่า ในจังหวัดสมุทรสงคราม มีความพร้อมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะ “ห้องพัก”  มีกว่า 2,000 ห้อง ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลายทั้งประเภทที่พักมีตั้งแต่ “โรงแรม 4 ดาว ห้องพักริมน้ำ โฮมสเตย์ โซนที่พักได้รับความนิยมสูง บ้านพักริมน้ำอัมพวามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจองเต็มเกือบทุกเดือน สำหรับ “ราคา” เริ่มต้นตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท/ห้อง/คืน ราคาค่อนข้างสร้างผลตอบแทนที่ดีกับท้องถิ่น 

ปี 2569 ททท.สมุทรสงคราม ตั้งเป้าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70 % ช่วงการเดินทางหนาแน่นจะเป็นช่วงท่องเที่ยวเทศกาลลิ้นจี่ ผนวกกับทางจังหวัดและองค์กรต่างๆ ช่วยกันจัดกิจกรรมเพิ่มวันพักค้างมากที่สุด ปีนี้จัดแพกเกจต่อเนื่องระยะยาวท่องเที่ยวชิมผลไม้ในสวน ระหว่างมีนาคม-พฤษภาคม 2569 โดยได้จับมือกับทางเครือข่าย กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (Young Entrepreneurs Chamber of Commerce :YEC) และเกษตรกรเจ้าของสวน เปิดบริการเที่ยวสวนผลไม้ขึ้นชื่อ ทั้งสวนส้มโอ ลิ้นจี่ เมล่อน และคาเฟ่ ดึงดูดคนด้วยความถี่การเดินทางมากขึ้น กระจายเม็ดเงินเติบโตสูงตามเป้าหมาย


ผอ.ชัยวิทย์ กล่าวว่า สมุทรสงคราม ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และคาร์บอน เช่น 1.คาเฟ่สมดุล : Somdul Bee Sanctuary อำเภอบางคนที มีพื้นที่ทั้งหมด 18.6 ไร่ โดยได้เก็บรักษาพื้นที่ป่าตามธรรมชาติไว้ไม่ใช่สวนเพื่อการเกษตรเป็นบ้าน ทำเป็นแหล่งอาหาร  ผลิตน้ำผึ้งชันโรงที่มีคุณค่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย 2.ชุมชนบ้านบางพลับ มีชื่อเสียงเรื่องชิมผลไม้กลับชาติ โดดเด่นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งวดล้อมและวิถีชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติ กับกิจกรรม ปั่นจักรยานชมสวนส้มโอและมะพร้าว เรียนรู้ฐานกิจกรรมรักษ์โลก เช่น การเผาถ่านผลไม้ ทำน้ำตาลมะพร้าว เน้นการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร บริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ Zero Waste สินค้าหลักจะนำผลไม้พื้นบ้านมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น แยม น้ำผลไม้ เปิดบริการ : ทุกวัน 08.30 – 17.30 น. มีคาเฟ่เปิดช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนวันหยุด

“เส้นทางแนะนำ” การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสมุทรสงครามด้วยตนเอง เส้นทางเริ่มต้นจากสวนสามพราน จ.นครปฐม มุ่งหน้าสู่ จ.สมุทรสงคราม เลือกปักหมุดเที่ยวโดยใช้เวลาประมาณ 1.30 นาที แล้วพื้นที่ท่องเที่ยวแต่ละอำเภออยู่ติด ๆ กัน นั่งรถประมาณ 15 นาที วางแผนเที่ยวแบบเดินชมสถานที่ 2 วัน 1 คืน หรือเที่ยวสโลว์ไลฟ์สบาย ก็ 3 วัน 2 คืน 

“อำเภอเมือง” จุดที่ 1 ปลูกป่าชายเลนคลองโคน ทำกิจกรรมซีเอสอาร์ รักษาผืนป่าชายเลนและสิ่งมีชีวิตในน้ำใช้เป็นที่พักอาศัยขยายพันธุ์ สามารถพายเรือคายัค ดูประมงพื้นบ้าน จุดที่ 2 มาเดินเที่ยวสวนส้มโอเกษตรอินทรีย์



“อำเภออัมพวา” กับ “อำเภอบางคนที” เดินทางเที่ยวเชื่อมโยงถึงกันได้อีก 5 เส้นทาง ได้แก่ จุดที่ 3 ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดจุฬามณี จุดที่ 4 ไปชมสวนส้มโอพลอยสุภา แหล่งเพาะปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ จุดที่ 5 สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ร่วมกิจกรรมเกษตรครบวงจร จุดที่ 6 รับประทานอาหารที่คาเฟ่สมดุล บี แซงชัวรี่ จุดที่ 7เที่ยวชุมชนเกษตรสวนนอก ดูการย้อมสีผ้าจากธรรมชาติ

สำหรับ “อาหารการกิน” ในสมุทรสงคราม มีเมนูทะเลปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ จากเรือประมงพื้นบ้าน หรือชาวบ้านเลี้ยงเอง หรือชาวไปงมตอนน้ำขึ้นน้ำลง เช่น หอยแครง หอยหลอดผัดฉ่า ฉู่ฉี่ปลาทู หรือหอยแครง หอยแมลงภู่ และอีกมากมาย

ผอ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนเที่ยวสมุทรสงคราม กับสมุทรสาคร ตามคอนเซ็ปต์ “เที่ยวสาคร นอนสงคราม” นั่งรถไฟท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่น เปิดประสบการณ์พักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ รับประทานอาหารอร่อย ชิลในคาเฟ่เก๋ ๆ แล้วตอนนี้มีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สะพาะนแขวนวัดใหญ่” ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ทั้ง 2 จังหวัดเที่ยวได้ทุกวัน ตลอด 365

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-POWER PASS เปิดแลกกะรัตเป็นไมล์การบินไทยง่าย3ขั้นตอน

คิง เพาเวอร์ ชวน BURN CARAT ง่าย ๆ ให้ได้ไมล์ไปบินฟินๆ  3 ขั้นตอน! ของสมาชิก POWER PASS ที่มี CARAT เต็มบัญชี มี 3 ขั้นตอน แลกเป็น “ไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส กบินไทย” ง่ายๆ ผ่าน POWER PASS 

1. LOG IN เข้า POWER PASS เลือก Rewards ที่ต้องการแลก

2. กด REDEEM และ CONFIRM เพื่อแลก CARAT เป็น ROP Miles

3. แจ้ง ROP Member ID

-สมาชิกสถานะ VEGA รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เพื่อสอบถาม ROP Member ID ภายใน 3 วันทำการ

-สมาชิกสถานะ CROWN, SCARLET, NAVY: ติดต่อ King Power Contact Centre โทร. 1631 เพื่อแจ้ง ROP Member ID ภายใน 3 วันทำการสมาชิกจะได้รับ ไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส ภายใน 14 วัน หลังแจ้ง ROP Member ID แก่เจ้าหน้าที่

สมัครสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส ที่ thaiairways.com ก่อนแลกไมล์สะสม เฉพาะสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส เท่านั้นจึงจะได้รับไมล์สะสม 

แลก CARAT เป็นไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส ผ่านทางเว็บไซต์ powerpass.kingpower.com เท่านั้น และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS? สมัครฟรี! สะสม CARAT ได้ทันที! พร้อมรับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษอีกมากมายจาก POWER PASS

 


ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์เปิดตรุษจีนวันแรก12ก.พ.ล็อกคิวมาเจอศิลปินดัง

 

ตรุษจีนนี้! ล็อกคิวมาเจอหนุ่มตี๋ “Sky Wongravee” ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ฉลองใหญ่วันแรก! 12 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่

 

18:00 น. พบกับขบวนตรุษจีนมหาเฮง "The Power Of Luck, The Power Of Race" สามารถรับชมผ่าน Facebook Livestreaming: King Power official

 

18:40 น. เป็นต้นไป พบกับกิจกรรม Lucky Fans! ทายใจศิลปินคนโปรด Ride into luck with Sky Wongravee

 

ร่วมสนุกเป็น 1 ใน 48 Lucky Fans ขึ้นไปทายใจสกายบนม้าหมุน

 

พิเศษ!! เฉพาะสมาชิก POWER PASS ช้อปสินค้าภายในคิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันที่ 12 ก.พ. 2569 ทุกๆ 800 บาท = รับ 1 สิทธิ์ร่วมสนุก

 

ข่าวที่ 3-ททท.“Happiness–เที่ยวภาคกลางบทใหม่ปั๊มตลาดทัวร์วัยเก๋า

 

นายอภิชัย  ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิดตัวโครงการ Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” คาดหวังให้โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญสร้าง “บทใหม่” ให้การท่องเที่ยวภาคกลาง ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความสุข พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัยอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

 

ททท.จึงได้ร่วมภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสื่อประชาสัมพันธ์ 4 ภาคีพันธมิตร ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด บริษัท ครีเอทีฟ มาก จำกัด นำเสนอส่งมอบความสุข เชื่อมการเดินทางพักผ่อนควบคู่การค้นหาตัวตน

 

ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานศิลปะ วิถีชุมชน อาหารท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์ ช่วยเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้กลุ่มวัยคุณภาพออกเดินทางเที่ยวในประเทศกระจายทั่วเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว

 

Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” เป็นโครงการที่มุ่งขับเคลื่อนเมืองน่าเที่ยว/เมืองรองในภาคกลาง รองรับโครงสร้าง “สังคมผู้สูงอายุ” เจาะกลุ่ม Gen X และสูงวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมีศักยภาพสูงและอำนาจซื้อสูง มีเวลาว่าง ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ผ่านการท่องเที่ยวตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ แรงบันดาลใจ การเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่

 

โดย ททท. กับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เชิญชวนเที่ยวภาคกลาง 2 กิจกรรม ดังนี้

           

กิจกรรมที่ 1  50+ วัยเก๋า เติมไฟใจยังฟิต”

 

มอบสิทธิให้สมาชิก Max Card อายุ 50 ปีขึ้นไป เที่ยวภาคกลาง 17 จังหวัด รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ

 

ต่อที่ 1 : เติมน้ำมันที่ปั๊ม PT สาขาภาคกลาง ตั้งแต่  300 บาทขึ้นไป รับแต้ม x2

 

ต่อที่ 2 : สะสมแต้ม Max Point จากการใช้จ่ายร้านค้าในเครือ PT สาขาภาคกลาง สูงสุด 5 อันดับรับสิทธิ์ร่วมเอ็กซ์คลูซีฟ ทริปจังหวัด นครปฐม - ราชบุรี (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) วันที่ 13 -14 มีนาคม 2569

ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมและดูเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/4sR9EXi ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2569

 

กิจรรมที่ 2 “แจกดีลส่วนลด และสิทธิพิเศษ”

 

รับดีลส่วนลดกว่า 4,000 สิทธิ์ หรือ “จ่ายราคาพิเศษ” เมื่อซื้อสินค้า และบริการท่องเที่ยวทั่วภาคกลาง 17 จังหวัด ากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกว่า 50 ราย  ได้ทางแพลตฟอร์มพาทัวร์-Patois ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me (เมนู ไลฟ์สไตล์ & ท่องเที่ยว)  

           

ททท. ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด  จัดกิจกรรม Lost & found Trip เที่ยวปลุกไฟ ใจปลุกฝัน” โดยร่วมกันออกแบบสินค้าและบริการในรูปแบบเส้นทางในเมืองน่าเที่ยวภาคกลาง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ ความต้องการที่หลากหลาย

 

พานักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับรางวัลสัมผัสประสบการณ์กับ “กิจกรรม “50+ วัยเก๋า เติมไฟใจยังฟิต” ออกไปตามหาความฝันท่องเที่ยวนครปฐม - ราชบุรี

 

ทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้สนับสนุนบริการมูลค่ามากกว่า 300,000 บาท ส่งเสริมการเดินทางหลากหลายรูปแบบภายใต้แนวคิด “Multi-Pathwayให้ใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือก พร้อมพนักงานขับรถ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV)   

 

นายอภิชัยกล่าวว่า ททท. ยังได้จัด “กิจกรรมออนไลน์” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคกลาง 17 จังหวัด ร่วมกับ บริษัท   ครีเอทีฟ มาก จำกัด เปิดให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจแต่ละการเดินทางท่องเที่ยว ผ่าน “โซเชียลมีเดีย” ของตนเอง ตั้งแต่กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 มูลค่ารวม 50,000 บาท เปิดให้ลุ้นรับโค้ดส่วนลดน้ำมัน PT 500 บาท 100 รางวัล

           

ติดตามรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นแคมเปญพิเศษได้ตามช่องทางหลัก ๆ  เช่น 1. เพจ PT Station 2.เพจ Maxme 3.เพจเที่ยวภาคกลาง 4.เพจ Happiness Pathway 5.ช่องทางประชาสัมพันธ์ TOYOTA

 

ข่าวที่ 4-บิ๊กบางจากถอดรหัสลับFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน

 

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รับเชิญบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study)” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ให้นักศึกษาภาคพิเศษ โครงการ Flexible MBA ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จึงได้ใช้เวทีนี้ถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจาก พร้อมแนวทางการปรับองค์กรสู่โลกยุคใหม่อย่างมั่นคง ภายใต้วิสัยทัศน์ รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว

 

โดยยกกรณีศึกษา 3 เรื่อง คือ 1.ธุรกิจผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) 2.โครงการ Fry to Fly นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และขับเคลื่อนการบินไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน 3.ธุรกิจวินโนหนี้ (Winnonie) จากสตาร์ทอัพสู่แพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ

 

พร้อมกับได้อธิบายหลักการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ เช่น การตลาด การเงิน เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากร ควบคู่กับการประมินความเสี่ยงและการใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนการลงทุน รองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยรอบด้าน สร้างผลตอบแทน และประโยชน์ตลอดกระบวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ลูกค้า

 

โดยได้เน้นย้ำบทบาท “นักบริหารยุคใหม่” ต้องเข้าใจเป้าหมายองค์กร ลูกค้า พร้อมปรับตัวค้นหาโอกาสใหม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญเรื่อง “การส่งต่อความรู้” จากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งให้ยิ่งได้รับ และสามารถส่งต่อได้ไม่สิ้นสุดเพื่อร่วมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป เช่นเดียวกับที่กลุ่มบริษัททำต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นบทเรียนที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานพร้อมขยายตัวได้อย่างมั่งคนยั่งยืน

 

          ช่วงที่ 2 ได้เวลาเที่ยวภาคตะวันออก “เมืองระยอง” มุมใหม่ “สายสุขภาพ” สายฟิน ล็อกคิว ไปวิ่งชมแหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่องได้ตั้งแต่ กุมภาพันธ์-กันยายน 2569 เที่ยวได้สนุกด้วยกิจกรรมแข่งวิ่ง 6 งาน แล้วฟัง “5 อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคม” ช่วยทำให้อายุยืน เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “ททท.นำธุรกิจไทย 36 ราย” ร่วมมหกรรมขาย OTM ในมุมไบ ขยายตลาดอินเดียปี69 โกย 9.3 หมื่นล้าน ข่าวที่สอง “แอร์MOUการบินไทย” ขยายข้อตกลง FHSรับฝูงบินใหม่ A321neo

 

ท่องเที่ยว –สุขทันทีเที่ยวระยองเทรนด์ใหม่สายสุขภาพกินฟิน 6 พิกัด

เที่ยวทะเลภาคตะวันออก ในมุมใหม่ ๆ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระยอง ชวนสายสุขภาพ บ้าพลัง ไปสุขทันทีที่เที่ยวระยอง เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน สนุกสนานกับการท่องเที่ยวแนวใหม่ แข่งขันวิ่ง ลัดเลาะไปตามแหล่งท่องเที่ยว และงานคาเฟ่ ทัวร์สวนผลไม้ 6 พิกัด

 

พิกัดที่ 1 สนุกกับแข่งขันวิ่งสินสมุทรรัน  วันที่  22 กุมภาพันธ์  2569 ที่อนุสรณ์เรือรบประแส ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง ระยะทาง 21 กิโลเมตร,  10 กิโลเมตร,  5 กิโลเมตร

 

พิกัดที่ 2 ร่วมแข่งขันวิ่ง PALA RUN วันที่  22 มีนาคม  2569  ที่หาดพลา  อำเภอบ้านฉาง  ระยะทาง  10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร

 

พิกัดที่ 3 งานฉาง Modern Street Art 2026  A city of art and Lifestyle  วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569   บริเวณ โรงหนังบูรพาเธียเตอร์ อำเภอบ้านฉาง ศูนย์รวมงานศิลปะ สตรีทอาร์ต แลนด์มาร์คสุดคลาสสิคเรื่องเล่าของชาวบ้านฉางพร้อมชวนทุกคนให้มาสัมผัส ผลงานสร้างสรรค์จากคนในพื้นที่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

พิกัดที่ 4 งาน Mae Phim Coff & Crafts วันที่ 7 – 8 มีนาคม  2569  ชายหาดแหลมแม่พิมพ์  ตำบลสุนทรภู่  อำเภอแกลง  เข้าฟรี มาแล้วได้มาแค่งานกาแฟ มีทั้ง art workshop, crafts, flea market  สายกาแฟ สายคราฟท์ สายชิว คนคูลๆ มาเลย มาซึมซับบรรยากาศริมชายหาดกัน พร้อมกับฟังดนตรีฟรีกับ DJ ได้ตลอดทั้งวัน 

พิกัดที่ 5 แข่งขันวิ่ง Rayong Fruit Farm Run วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ณ ตลาดกลางผลไม้ตะพง  ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยะทาง 21 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร  วิ่งเข้าสวนผลไม้ในเขตอำเภอเมืองระยอง – อำเภอบ้านค่าย ชมวิถีชาวสวนผลไม้  แหล่งผลิตทุเรียนขึ้นชื่อของเมืองไทย

 

พิกัดที่ 6 การแข่งขันวิ่งวัดละหารไร่  วันที่  13  กันยายน  2569    วัดละหารไร่  อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง  จัดการแข่งขันวิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร,  10 กิโลเมตร,  5 กิโลเมตร  ออกกำลัง พร้อมร่วมทำบุญ   กราบขอพรรูปหล่อเกจิอาจารย์ของภาคตะวันออก “หลวงปู่ทิม”

 

ททท.สำนักงานระยอง ขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์        ท่องเที่ยวไปกับเสน่ห์หลากหลายของจังหวัดระยอง  สุขทันที… เมื่อมาเที่ยวระยอง ยินดีต้อนรับทุกท่าน

 

          ดูเพิ่มได้ทางออนไลน์ผ่าน In box : แฟนเพจ https://www.facebook.com/ททท.สำนักงานระยอง

 

สุขภาพ –5อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคมกับคนรอบข้างช่วยทำให้อายุยืน

 

ความสัมพันธ์ทางสังคมกับ Longevity —โดยมีเพื่อนและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ควรนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  เพราะการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม หรือ Social Connection คือพลังของ Longevity หลายงานวิจัยระดับโลกยืนยันถึง “5เหตุผลอยู่กับคนที่ใช่…อายุยืนขึ้นได้จริง”  ดังนี้

 

ความสัมพันธ์ทางสังคม” ทั้งเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวช่วยให้เรามีอายุยืนขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ลดความเหงา แต่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจแบบลึกซึ้ง เหตุผลที่การมีคนข้าง ๆ ถึงช่วยให้เราแข็งแรงขึ้นได้จริง ดังนี้

 

 1.ลดความเครียดเรื้อรัง : การมีคนให้คุยด้วย ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้เรานอนดีขึ้น ภูมิคุ้มกันดีขึ้น และหัวใจทำงานมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

 

 2.ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ 29% : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่โดดเดี่ยวทางสังคม มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างชัดเจน

 

 3.ลดโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้า : การได้หัวเราะ พูดคุย หรืออยู่กับคนที่เรารัก ช่วยหลั่งสารแห่งความสุข เช่น เซโรโทนิน และโดปามีน ทำให้อารมณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 4.อายุยืนขึ้นจริง — พิสูจน์จากงานวิจัย 148 ชิ้น : การมีความสัมพันธ์ที่ดี “เพิ่มโอกาสอายุยืนขึ้นถึง 50%” เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ลำพัง

 

 5.ทำให้ดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น : เพราะคนรอบตัวช่วยเตือนให้กินข้าว ทานยา พาไปตรวจสุขภาพ หรือชวนออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้นแบบยั่งยืน

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ททท.นำเอกชนร่วมขายOTMปี69โกยรายได้อินเดีย9.3หมื่นล้าน

 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. นำผู้ประกอบการไทย 36 ราย ร่วมงานส่งเสริมการขาย Outbound Travel Mart (OTM) 2026 เมื่อ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ Jio Convention Centre ที่เมืองมุมไบ อินเดีย นำเสนอเสน่ห์การท่องเที่ยวไทย เชื่อมโอกาสธุรกิจและสร้างเครือข่าย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางพักผ่อนและคุณภาพสูง และโชว์ศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” คาดสร้างดีลธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และเงินสะพัดราว 366 ล้านบาท ปี 2569 จะทำให้ตลาดอินเดียมาไทยเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน

งาน OTM 2026 เป็นงานส่งเสริมการขายเน้นจับคู่เจรจาธุรกิจ (B2B) ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียใต้และภาคตะวันตกของอินเดีย ปีนี้มีทั่วโลกเข้าร่วมกว่า60 ประเทศ เปิดคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา ททท. เข้าร่วมครั้งที่ 13 โดยเปิดคูหาขนาด 200 ตารางเมตร นำเสนอเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยสร้างบรรยากาศเจรจาธุรกิจ เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้ชิดกับผู้ซื้อจากอินเดีย กระตุ้นเป้าหมาย 4 ตลาด 1.กลุ่มเดินทางพักผ่อน (Leisure) 2.ท่องเที่ยวครั้งแรก (First Visit) 3.คนรุ่นใหม่ (Millennials) 4.กลุ่มคุณภาพสูง  (Quality Travelers)

 

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตัวแทนผู้ขายมี 36 ราย ได้แก่ โรงแรมและที่พัก 17 ราย บริษัทนำเที่ยว 11 ราย แหล่งท่องเที่ยว 7 ราย สายการบิน 1 ราย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานนักท่องเที่ยวตลาดอินเดีย เพิ่มขีดความสามารถนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยกับผู้ประกอบการอินเดีย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ภายใต้แคมเปญ Healing is the New Luxury

 

 

สำหรับอินเดียเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 มาท่องเที่ยวไทยแล้ว ทั้งสิ้น 256,782 คน ติดอันดับ 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากที่สุด ตอกย้ำความนิยมไทยคือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอินเดียต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 มีกว่า 2.1 ล้านคน ปี 2568 มามากถึง 2.49 ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สร้างรายได้ท่องเที่ยวกว่า 87,749.18 ล้านบาท 

 

 

ปี 2569 ททท. คาดว่าจะส่งเสริมให้ตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 93,000 ล้านบาท ด้วยการมุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน กระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่ม เดินทางมาพักผ่อน อย่าง มิลเลนเนียลส์ ครอบครัว สูงวัย นักท่องเที่ยวสตรี/ผู้หญิง และกลุ่มศักยภาพต่าง ๆ ได้แก่ อินเซ็นทีฟ แต่งงานและจัดเฉลิมฉลอง หรูหรา และท่องเที่ยวเชิงกีฬา มุ่งทำงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตามกรอบ SDG มากขึ้น

 

ส่วนปัจจัยสนับสนุนสำคัญตลาดอินเดียเลือกมาเที่ยวเมืองไทย ได้แก่

1.การเดินทางใช้เวลาบินเพียง 2-4 ชั่วโมง ด้วยเที่ยวบินตรงกว่า 10 สายการบิน โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารรองรับตลอดปีกว่า 3,835,214  ที่นั่ง หรือกว่า 19,132 เที่ยวบิน

 

2.นักท่องเที่ยวอินเดียคุ้นเคยกับไทยเป็นอย่างดี มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก 58.50 % เดินทางซ้ำ 41.50 % นิยมเดินทางด้วยตนเองช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเดือนธันวาคมต่อเนื่องมกราคม–กลางเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก 1.คู่แต่งงานชอบเดินทางเพื่อการพักผ่อน 2.การทำงานควบคู่การท่องเที่ยว (Workation) 3.การเฉลิมฉลองงานแต่งงานหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ  ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,340 บาท/คน/ทริป และพำนักเฉลี่ย 7.11 คืน

 

ขณะที่ กลุ่มมิลเลนเนียลส์ และ Gen Z ของอินเดียถือเป็นกำลังหลักในการเดินทางออกนอกประเทศ จึงมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายตัวในเมืองรอง เช่น ปูเน่ อาร์เมดาบัด อัมริตซาร์ และลักนาว มีกลุ่นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มขึ้น เช่น คู่แต่งงาน (Destination Wedding) Wellness Retreats และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย ตลอดจนกลุ่มกลุ่มเจเนเรชั่นวัยรุ่น

 

ข่าวที่สอง แอร์บัส-การบินไทยขยายข้อตกลงFHSรับฝูงบินใหม่A321neo

 

“แอร์บัส” ประกาศจับมือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามข้อตกลงขยายการสนับสนุนชิ้นส่วนภายใต้โครงการ การบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยานแบบครบวงจรของแอร์บัส โดยคิดค่าใช้จ่ายตามชั่วโมงการบิน (Flight Hour Services: FHS) ครอบคลุมฝูงบินรุ่นใหม่ A321neo เริ่มทยอยเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2568 

“ข้อตกลงระยะยาวฉบับนี้” ครอบคลุมบริการด้านชิ้นส่วนที่หลากหลาย เช่น การจัดเก็บชิ้นส่วนประจำ ในสถานที่ปฏิบัติงาน การเข้าถึงคลังชิ้นส่วนกลาง บริการซ่อมแซมชิ้นส่วนที่ฐานปฏิบัติการหลักของการบินไทยในกรุงเทพฯ  โดยการบินไทยยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแอร์บัส และทีมผู้แทนบริการ FHS ประจำภูมิภาค จะให้การสนับสนุนด้านปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดด้านงานบำรุงรักษาประจำวัน และช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของฝูงบินและความสามารถคาดการณ์ต้นทุนด้วย

 

“ข้อตกลง FHS ฉบับแรกของการบินไทยเริ่มขึ้นในปี  2555 โดยได้ลงนามเพื่อรับการสนับสนุนชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบิน A320ceo  20 ลำ ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ตกลงขยายขอบเขตของข้อตกลงให้ครอบคลุมเครื่องบิน A321neo 32 ลำ สะท้อนถึงการบินไทยมีความเชื่อมั่นแอร์บัสต่อโซลูชันสนับสนุนงานบำรุงรักษาครบวงจรและเชื่อถือได้

 

“นายอานันท์ สแตนลีย์” ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การขยายข้อตกลง FHS กับการบินไทยเพื่อสนับสนุนฝูงบิน A321neo ตอกย้ำความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่มีมายาวนาน ที่แอร์บัสมุ่งมั่นสนับสนุนกลยุทธ์ปรับปรุงฝูงบินของสายการบินให้ทันสมัย ผ่านการสนับสนุนชิ้นส่วนครบวงจรควบคู่กับมีทีมวิศวกรรมในพื้นที่ แอร์บัสมีส่วนช่วยให้การบินไทยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานนำอากาศยานทางเดินเดียวเจเนอเรชันใหม่เข้าประจำการ

 

Airbus FHS ได้นำเสนอโซลูชันด้านการบำรุงรักษาที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สายการบินเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานฝูงบินสูงสุด ควบคู่ลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของแอร์บัส ขีดความสามารถด้านดิจิทัลขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล FHS ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ในการปฏิบัติการ

 

Airbus FHS เป็นผู้นำระดับโลกด้านการสนับสนุนชิ้นส่วนในรูปแบบการสนับสนุนชิ้นส่วนตามชั่วโมงการใช้งาน(Power-by-the-Hour) มอบโซลูชันการบำรุงรักษาระยะยาวที่แน่นอนและคาดการณ์ต้นทุนให้สายการบินทั่วโลกได้

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

AOTนำ6สนามบินรับตรุษจีนไทย-ต่างชาติ 4.11 ล้านคน คาดจีนใกล้7แสนคน

AOT นำ 6 สนามบินรับตรุษจีนไทย-ต่างชาติ 4.11 ล้านคน คาดจีนเฉียด 7 แสนคน-เตรียมบริการทุกมิติสร้างเชื่อมั่น AOT คาดการณ์ตรุษจีน 13-22 ก.พ.69...